ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.ระบบสัดส่วนโซน 5 พรรคประชาธิปัตย์ อดีต 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงหน้าตา ครม.สมัคร.1 ว่า ตนมองตรงกับ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีว่า เป็น ครม.ชุดชี้เหร่ แต่ความขี้เหร่สามารถที่จะทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติได้ เพราะหลักศาสนาพุทธถ้าคนไหนกลับตัวมากระทำดีต่อชาติบ้านเมืองคนในสังคมไทย ให้อภัยและยกย่องและการบริหารของนายสมัคร ถ้าเป็นตัวของตัวเองไม่เป็นหุ่นเชิดหรือนอมีนิของระบอบทักษิณรัฐบาลก็จะไปได้ไกล เพราะนายสมัคร ก็มีขีดความสามารถในการเป็นนักการเมืองคู่บ้านคู่เมืองมานาน ขณะเดียวกันก็ผ่านการบริหารงานให้กับประเทศมากมายหลายตำแหน่ง
เมื่อถามว่า กลุ่มพันธมิตรฯ และพรรคประชาธิปัตย์จะให้เวลาครม.ขี้เหร่นี้ทำงานกี่เดือน นายสมเกียรติ ตอบว่าโดยหลักการทั่วไปของความรู้สึกของประชาชนก็จะอยู่ราว 3 เดือน เท่านั้น แต่ถ้าการประเมินผลทางเศรษฐกิจก็ประมาณ 6 เดือน เพราะในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน-พฤษภาคม จะเป็นช่วงที่สำคัญมากเพราะนักการเมืองจะมีการแย่งตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการต่างๆ เพราะเงินงบประมาณจะมีประมาณ 10 ล้านบาท และใครได้เป็นกรรมาธิการงบประมาณจะเกี่ยวข้องกับโครงการต่างๆที่มีผลประโยชน์ลงมากับท้องถิ่นของตน
'ผมเชื่อว่าถึงตอนนั้นฝ่ายค้านจะได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาเพราะฝ่ายค้านจะสามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้เฉพาะสมัยประชุมนี้แต่ถ้าสมัยประชุมหน้าเป็นสมัยนิติบัญญัติอภิปรายไม่ได้ ฉะนั้นฝ่ายค้านจะต้องมาชั่งน้ำหนักว่า เท่าที่สดับตับฟังดู 3 เดือน 6 เดือนแล้วมันเป็นอย่างไร การบริหารประเทศชาติของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร เราจะประเมินดูว่าควรจะใช้โอกาสตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจผมมองว่า ถ้านายกฯสมัครฯซึ่งเป็นหัวเรือของรัฐบาลที่ถูกคำสบประมาททั่วประเทศถ้าบริหารงานโดยไม่ทุจริตคอรัปชั่น และไม่ไปแทรกแซงองค์กรอิสระ และไม่หยิบเรื่องที่จะให้คนขัดแย้งกันมากขึ้นมา เช่น นิรโทษกรรม 111 คน ก็จะไปได้ดี บรรยากาศตอนนี้ทุกฝ่ายต้องการเห็นประเทศเข้าสู่ลู่ของประชาธิปไตยที่เหมาะสมและสู่ความปองดองของคนในชาติ ' นายสมเกียรติ กล่าว


