Welcome
Welcome to <strong>goolnw ชอบสมัคร รักทักษิณ</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

ทำไมใคร ๆ ก็ออกมารุมกล่าวหาพี่พรั่งของผม ช่วยบอกผมหน่อยซิว่า

<div style="float: left; margin-right: 5px;"><img src="http://a.wordpress.com/avatar/nocoup-48.jpg" /></div><div style="float: left;">ส ภ า ก า เ เ ฟ

ทำไมใคร ๆ ก็ออกมารุมกล่าวหาพี่พรั่งของผม ช่วยบอกผมหน่อยซิว่า

Postby Guest on Mon Feb 04, 2008 4:43 pm

Image
"เราไม่ใช่จำเลย เราเป็นวีรบุรุษ"วาทะจากปากชายชาติทหาร ร่างเล็กนาม พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และผู้ช่วยเลขาธิการ คมช.(ในขณะนั้น)ได้ย้ำให้สาธารณชนทั่วไปได้รับทราบว่า การรัฐประหารโดย คมช.เป็นความหวังเดียว ที่ทำให้ประชาชนโดยส่วนใหญ่เชื่อว่า จะสามารถขจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นขององค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจได้

แต่จนถึงวันนี้ "วีรบุรุษ"อย่าง พล.อ.สพรั่ง กลับกลายมาเป็น "จำเลย"ของสังคมเมื่อเขาเข้าไปรับหน้าที่เป็น"บอร์ด"บริหารในองค์กรรัฐวิสาหกิจอย่างน้อยสองแห่ง ทั้งบอร์ดองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และบอร์ดการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยซึ่ง ถือว่าเป็น 2 รัฐวิสาหกิจสำคัญที่เป็น "ฐานที่มั่น" ในการตรวจสอบอดีตรัฐบาลที่ผ่านมา

เกิดอะไรขึ้นกับเขา!? ทำไม !? คนในสังคมไทยจึงได้เกิดความคลางแคลงสงสัยในตัวของเขา เราลองมาไล่เรียงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาปีกว่าๆ กับการเข้าไปมีอำนาจบริหารในรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งดูจะได้เห็นว่าประชาชนผู้เสียภาษีอย่างเรา ๆท่าน ๆ มีเหตุผลที่จะเคลือบแคลงสงสัยเข้าหรือไม่!?

พล.อ.สพรั่ง เข้ารับตำแหน่งคณะกรรมการ หรือ บอร์ด ทีโอที ชุดใหม่ เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2550 ในฐานะประธานบอร์ดพร้อมด้วยพร้อมด้วยบอร์ดชุดใหม่อีก 14 คน และเข้ารับตำแหน่งประธานบอร์ดการท่าอากาศยานไทยหรือ AOT เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 พร้อมกับคณะกรรมการอีก 14 คน

จากนั้นคณะกรรมการบอร์ดทั้งสองแห่งก็เริ่มดำเนินงานในทันที มีการเรียกประชุมเพื่อรับทราบข้อมูล การทำงานและปัญหาของรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่ง การทำงานดูเหมือนจะราบรื่นเนื่องจากขณะนั้น คมช.มีอำนาจเต็มเปี่ยม

เป้าแรกผลาญงบ

ดูงานต่างประเทศ

หลังจากการเข้าไปเป็นบอร์ดบริหารการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยได้ไม่ถึงเดือน (15 มีนาคม2550) พล.อ.สพรั่ง ก็โดนพรรคไทยรักไทย "ทิ้งบอมส์" เรียกร้องให้ชี้แจงกรณีใช้งบประมาณ 7 ล้านบาทในการเดินทางไปประเทศเยอรมนีและอังกฤษ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นการนำเงินงบประมาณของรัฐ พาคณะเครือญาติเดินทางไปร่วมคณะด้วย การทิ้งบอมส์ในช่วงนั้นทำให้ พล.อ.สพรั่ง เต้นเป็นเจ้าเข้าจนต้องออกมาชี้แจงว่าบอร์ด AOT ได้ทำตามระเบียบขั้นตอนทุกอย่าง ขณะที่พรรคไทยรักไทยได้เดินเกมส์ส่งเรื่องดังกล่าวให้ คตส.และปปช.ตรวจสอบ

เปิดแผล "ตบทรัพย์"

ประชุมถี่แต่ไม่มีผลงาน

ในช่วงระยะเวลาไม่ห่างกันนัก พล.อ.สพรั่งก็ตกเป็นเป้าโจมตีอีกครั้งจากแนวน่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการหรือ นปก.ออกมาถล่มว่าหลังจากที่ พล.อ.สพรั่ง เข้ารับตำแหน่งประธานบอร์ด ได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการถี่เป็นพิเศษ ขณะที่ไม่มีผลงานที่เกิดขึ้น และไม่ได้มีความคืบหน้าในการดำเนินงานหรือกำหนดนโยบายใดๆ มีเพียงการเร่งรัดดำเนินการยกเลิกสัญญาสัมปทานของบอร์ด ทอท.ชุดเก่าที่มีเท่านั้น

โดยเมื่อนับตั้งแต่ช่วงที่ พล.อ.สพรั่ง มานั่งในตำแหน่งประธานบอร์ด ทอท. และเริ่มประชุมครั้งแรกในเดือน ม.ค.จนถึงต้นเดือน พ.ค.2550 พบว่ามีการประชุมมากถึง 15 ครั้ง หรือเฉลี่ยเดือนละ 4 ครั้ง เมื่อเปรียบเทียบกับการประชุมบอร์ดของรัฐวิสาหกิจแห่งอื่นๆ จะมีประชุมเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง หรือหากมีเรื่องเร่งด่วนก็จะมีการประชุม 2 ครั้ง/เดือน แต่จะไม่มีการประชุมถี่ทุกสัปดาห์

ทั้งนี้ จากการประชุมที่มีความถี่ดังกล่าว ทำให้ ทอท.ต้องจ่ายค่าเบี้ยประชุมให้กับบอร์ด ทอท.ชุดปัจจุบัน รวม 14 คน ในอัตราเดือนละไม่ต่ำกว่า 700,000 บาท ยังไม่นับรวมค่าเบี้ยประชุมที่ต้องจ่ายให้กับคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน ที่บอร์ดแต่งตั้งขึ้นมาและมีบอร์ดบางคนนั่งรวมอยู่ด้วย ซึ่งภายใต้บอร์ด AOT ชุดนี้ ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงานหลายชุดมาก และมีอำนาจหน้าที่ที่ซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการของฝ่ายบริหาร ทอท. ที่มีอยู่เดิมด้วย เช่น มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการดำเนินโครงการสนามบินสุวรรณภูมิที่มี พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ เป็นประธานกรรมการ ทั้งๆที่มีการแต่งตั้งนายคัมภีร์ แก้วเจริญ เป็นประธานตรวจสอบทุจริตอยู่แล้ว

จากการตรวจสอบหลักเกณฑ์ การกำหนดค่าตอบแทน (เบี้ยกรรมการ) เบี้ยประชุม และเงินโบนัส ประจำปี 2550 ที่กำหนดให้ ทอท.ต้องจ่าย คือ 1. เบี้ยกรรมการรายเดือน คนละ 20,000 บาท/คน 2. ค่าเบี้ยประชุมคนละ 10,000 บาท/ครั้ง เฉพาะครั้งที่เข้าประชุม โดยทั้งสองส่วนข้างต้นประธานและรองประธานให้รับเพิ่มอีกร้อยละ 25 และ 12.5 ตามลำดับ ส่วนพนักงาน AOTที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการให้ได้รับค่าเบี้ยประชุมคนละ 5,000 บาท/ครั้ง

ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น พล.อ.สพรั่ง ก็ถูกนายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาทิ้งบอมส์ลูกใหญ่อีกครั้งว่ามีหลังบ้านของผู้มีอำนาจเรียกเก็บค่าหัวคิวจากผู้ผลิตรายการในสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 รวมทั้ง มีผู้ใหญ่ที่มีอำนาจตรวจสอบเข้าไปตบทรัพย์นักธุรกิจในสนามบินสุวรณภูมิ ในเรื่องดังกล่าวนี้เมื่อถูกถามถึงข้อเท็จจริง พล.อ.สพรั่ง ก็เลี่ยงที่จะการันตีความบริสุทธิ์ และตอกกลับนายนพดล "ไร้จรรยาบรรณ" กล่าวหาผู้อื่นโดยไม่มีข้อมูลหากเป็นพระก็ต้อง "ปาราชิก"

อิอิ:
Guest
Admin
Admin
 
Posts: 1
Joined: Thu Jan 01, 1970 12:00 am

Return to การเมือง

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron